LATEST

The All-New BMW X5 xDrive30d M Sport. Know You Can.

ตอนที่ Orville กับ Wilbur พี่น้องตระกูลไรท์บินเครื่องบินของพวกเขาเป็นครั้งแรกของโลกที่รัฐ North Carolina ในเดือนธันวาคมปี 1903 มันไม่ใช่ความสำเร็จที่เกิดมาจากความพยายามในครั้งแรก แต่เป็นผลสั่งสมของความพยายามอย่างยาวนานก่อนที่จะได้มาพบผลลัพธ์ที่สำเร็จอย่างใหญ่หลวง การเดินทางของพวกเขาในศาสตร์การบินไม่ได้ถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยหรู อย่างเช่นการทดสอบต้นแบบเครื่องบินก็ต้องทำกันในอุโมงค์ลมที่สร้างขึ้นมาเองในโรงรถที่บ้าน แต่สิ่งที่พวกเขามีมากกว่าใครก็คือความกล้าที่จะมีวิธีคิดที่แตกต่างและความเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถทำมันได้สำเร็จ เพราะในขณะที่คนส่วนใหญ่พยายามที่จะเพิ่มพละกำลังเครื่องยนต์เข้าไปให้มากๆ แต่สองพี่น้องตระกูลไรท์มุ่งเป้าไปที่การสร้างระบบควบคุมที่ใช้งานง่ายแทน และนั่นก็พาให้พวกเขามาอยู่ในจุดที่เป็นคนดังของโลกแบบทุกวันนี้

 

ที่พูดมาทั้งหมดก็เพราะทัศนคติว่าทุกอย่างเป็นไปได้หรือ Know You Can นั้นมีความยิ่งใหญ่กว่าที่แค่คำเพียงสามคำ และ BMW เองก็เคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วเมื่อราวสองทศวรรษก่อนในตอนที่ให้กำเนิดรถยนต์ประเภท Sports Activity Vehicle (SAV) ครั้งแรกของโลก และอนุกรม X ครั้งแรกของค่าย ที่นับว่าเป็นการฉีกแนวทางออกไปจากภาพลักษณ์ความเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตซีดานชั้นนำที่สั่งสมมาหลายทศวรรษอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่ารถรุ่นนั้นคือ BMW X5 และกระบวนการพัฒนาก็ไม่ได้ราบรื่นไปทั้งหมด โครงการถูกตั้งคำถามต่างๆ จากหลายฝ่ายถึงโอกาสความสำเร็จไม่เว้นแม้แต่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท แต่อุปสรรคพวกนั้นกลับเป็นแรงผลักดันให้ทีมพัฒนา BMW X5 พยายามมากขึ้นและท้าทายกฎเกณฑ์เดิมๆ อย่างเข้มข้นมาโดยตลอด จนกลายเป็น DNA ที่ฝังแน่นอยู่ใน BMW X5 ทุกเจนเนอเรชันจนถึงรุ่นปัจจุบัน ยอดขายรวมทั่วโลกระดับ 2.2 ล้านคัน คือเครื่องยืนยันความสำเร็จได้อย่างดี และวันนี้เมื่อถึงเวลาของ BMW X5 รุ่นใหม่ที่จะเข้ามารับหน้าที่แทนอีกครั้ง ทีมพัฒนาก็ยังคงยึดมั่นกับ DNA เดิม ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างรถยนต์ระดับต้นตระกูลอนุกรม X ขึ้นมาใหม่หมดจดกันอีกครั้ง

 

BMW X5 ใหม่ เป็นเจนเนอเรชันที่สี่ของอนุกรม X5 โดยตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ระยะฐานล้อถูกขยายขึ้นเป็น 2,975 มิลลิเมตร ความยาวเพิ่มเป็น 4,922 มิลลิเมตร ความกว้างเพิ่มเป็น 2,004 มิลลิเมตร และความสูงเพิ่มเป็น 1,745 มิลลิเมตร เพิ่มความโดดเด่นบนท้องถนนและความสง่ามากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับภาษาการออกแบบที่เน้นพื้นผิวที่ดูสะอาดตา (Clean) เส้นสายตัวถังเพรียวและเฉียบคม (Precise) และมัดกล้ามบนตัวถังเพื่อความรู้สึกแข็งแกร่ง (Robust) ช่วงเปิดตัวในประเทศไทยจะมีเพียงรุ่น BMW X5 xDrive30d M Sport ซึ่งจะได้ชุดแต่ง M Aerodynamics ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตหรูหราให้กับ BMW X5 ใหม่มากขึ้น โดยจะประกอบไปด้วยขอบหน้าต่างและราวหลังคาสีดำเงา กระจังหน้าไตคู่ที่ใช้ผิวอะลูมิเนียมแบบด้าน ชุดเบรกและช่วงล่าง M Sport และล้ออัลลอยลาย M Sport ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่โตถึง 22 นิ้ว

 

ลึกลงไปใต้เปลือกนอกคือที่อยู่ของ DNA ของ BMW X5 อย่างแท้จริง เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบ Parking Assistant Plus ที่นอกจากจะช่วยถอดจอดรถเข้าซองหรือจอดขนานให้อัตโนมัติได้แล้ว ยังมีฟีเจอร์จดจำเส้นทางของรถที่วิ่งผ่านมาในระยะ 50 เมตร (ความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตร/ชั่วโมง) เพื่อที่รถจะสามารถขับถอยหลังย้อนเส้นทางเดิมกลับมาได้อย่างโดยอัตโนมัติเพิ่มขึ้นมา ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกเวลาที่ขับรถเข้าไปเจอทางตันและไม่สามารถกลับรถได้ ตัวระบบยังมาพร้อมกับกล้อง Surround View Camera ที่สามารถนำภาพจากกล้องรอบตัวรถมาต่อกันเป็นมุมมองแบบ Top View หรือภาพรอบตัวรถแบบ Panorama รวมถึงฟีเจอร์ใหม่อย่าง Remote 3D View ที่สามารถเปิดดูภาพจากกล้องรอบคันรถแบบ Live ดูบนสมาร์ทโฟนผ่านการทำงานของระบบ Connected Drive เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบรถได้ตลอดเวลาอีกด้วย

 

ภายในห้องโดยสารของ BMW X5 ใหม่ เต็มไปด้วยฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่เช่นเดียวกับภายนอก แผงหน้าปัดใช้ดีไซน์แบบล่าสุดของ BMW โดยการนำปุ่มควบคุมแอร์มาเรียงอยู่เป็นแนวนอนอยู่ใต้ช่องแอร์คู่กลาง และขยับชุดควบคุมเครื่องเสียงที่ปรับปรุงให้ดูเรียบหรูขึ้นลงไปอยู่ด้านล่าง มาตรวัดแบบ BMW Live Cockpit Professional ใหม่ แสดงผลผ่านหน้าจอ 12.3 นิ้ว ระบบ Head-Up display มีพื้นที่ฉายภาพบนกระจกกว้างขึ้นเป็น 7x3.5 นิ้ว และสามารถแสดงกราฟฟิคแบบสามมิติได้ กลางคอนโซลเป็นที่อยู่ของหน้าจอระบบข้อมูลและความบันเทิงขนาด 10.25 นิ้ว ซึ่งควบคุมได้ทั้งจากปุ่ม iDrive การสัมผัสหน้าจอ และการใช้ท่าทางมือ (Gesture Control) หลังคากระจก Panoramic glass roof ที่มีพื้นที่กว้างขึ้นกว่าเดิม 30% พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ M Sport ส่วนเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังเกรดพิเศษ Dakota ในขณะที่ฝาท้ายยังคงเอกลักษณ์จุดเด่นของ BMW X5 ทุกรุ่นที่จะสามารถแยกเปิดส่วนบนกับล่างแยกเป็นสองส่วนได้ พร้อมฟีเจอร์ Comfort Access ให้คุณสามารถเตะเท้าเข้าไปที่ใต้กันชนเพื่อเปิดและปิดฝากระโปรงท้ายได้โดยไม่ต้องหยิบกุญแจรีโมทออกมากด ความจุห้องเก็บสัมภาระขณะยกเบาะตั้งขึ้นตามปกติอยู่ที่ 645 ลิตร แต่สามารถขยายความจุเพิ่มขึ้นได้อีกเกือบสามเท่าตัวหรือ 1,860 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังที่สามารถแยกพับได้ในอัตราส่วน 40:20:40 ลงราบกับพื้นรถทั้งหมด

 

BMW X5 xDrive30d M Sport จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล BMW TwinPower Turbo 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร พละกำลัง 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 6.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระบบขับเคลื่อน xDrive เจนเนอเรชันล่าสุดที่พัฒนาการถ่ายกำลังระหว่างล้อหน้าและหลังอย่างนุ่มนวลเพื่อแรงขับเคลื่อนและการทรงตัวที่ดีขึ้น พร้อมกับช่วงล่าง Adaptive M Suspension ที่สามารถปรับค่าความหนืดของโช้คอัพได้ผ่านสวิทช์เลือกโหมดการขับขี่ Driving Experience Control ที่อยู่บนคอนโซลกลาง

 

BMW X5 ใหม่ เปิดตัวในประเทศไทยแล้วในงานมอเตอร์เอกซ์โป 2018 ที่ผ่านมา คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม BMW ใกล้บ้าน หรือผ่นทางเวบไซต์ http://www.bmw.co.th

 

ขอให้มีความสุขกับ BMW ของคุณครับ

YOU MAY ALSO LIKE.
อัพเดทข่าวสารล่าสุดจากโลกบีเอ็มดับเบิลยู